กว่าจะมาเป็นสุขสะสม

กว่าจะมาเป็นสุขสะสม

กว่า 30 ปีที่ นายชัยโรจน์ เจริญทวีสิทธิ์ หรือ เฮียเม้ง มีเจตนารมณ์แน่วแน่ที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์ เพื่อจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ อาชีพเก่า และของเล่นย้อนยุคกว่า 300,000 ชิ้น ที่ได้สะสมไว้ โดยตั้งใจให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็ก เยาวชนคนรุ่นหลัง เพื่อให้ทราบถึงความเป็นมา วิถีชีวิตของชาวสยามในยุคปี พ.ศ. 2450 ก่อนจะมาเป็นประเทศไทย

เมื่อ นายธีรวัฒน์ เจริญทวีสิทธิ์ หรือ คุณกอล์ฟ บุตรชาย ด้วยความผูกพันกับคุณพ่อมาตั้งแต่เด็ก เมื่อคุณพ่อได้ซื้อของมาจากที่ต่างๆ ก่อนจะนำไปเก็บรักษาเอาไว้ ก็จะนำมาบอกเล่าเรื่องราว ประวัติความเป็นมาของสิ่งของเหล่านั้น ให้ได้ทราบในทุกๆวัน ว่ามีความเป็นมาอย่างไร ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยกอล์ฟเองก็ได้ทุนจากทางมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งทำงานพิเศษไปด้วย จึงได้มีเงินเก็บบางส่วนและตั้งใจว่าเมื่อเรียนจบ จะรีบทำงานเก็บเงินเพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์ให้เป็นของขวัญคุณพ่อในวัย 60 ปี หลังจากทำงานได้เพียง 3 ปี กอล์ฟก็พอมีเงินเก็บบางส่วน กอล์ฟจึงไม่รีรอที่จะเริ่มวาดแบบพิพิธภัณฑ์ด้วยตนเองเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด ในช่วงแรกเกิดปัญหามากมายทั้ง ปัญหาผู้รับเหมา เวลาซึ่งตรงกับเวลาทำงานประจำ จึงมีข้อผิดพลาดมากมายจากต้นแบบ กอล์ฟจึงตัดสินใจออกจากงานประจำมาเพื่อคุมการก่อสร้างให้จบโครงการโดยเร็วที่สุด ดูเหมือนว่าก่อสร้างเสร็จแล้วทุกอย่างน่าจะจบ แต่นั่นก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด

เมื่อพิพิธภัณฑ์สร้างเสร็จสิ้นแล้ว จึงเป็นเรื่องของการจัดวางของสะสมทั้งหลายกว่า 300,000 ชิ้น มาปะติดปะต่อเรื่องราว ให้ผู้ที่สนใจได้ประโยชน์สูงสุด(ท่านผู้อ่านลองจินตนาการดูว่าของ300,000ชิ้นวางอยู่ตรงหน้ารวมๆกัน มันจะวุ่นวายขนาดไหน) ภายในพิพิธภัณฑ์จึงถูกแบ่งออกเป็น 5 โซน เพื่อให้ง่ายต่อการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

โซนที่ 1 ชื่นชมวิวัฒนาการของเล่นย้อนยุค

โซนที่ 2 ปลุกความสุขกับของใช้ร่วมสมัย

โซนที่ 3 สื่อสิ่งพิมพ์บรรยายเล่าเรื่องไทย

โซนที่ 4 ไขสงสัยอาชีพเก่า คนโบราณ

โซนที่ 5 คืนวันวาน ตลาดเก่าเมื่อร้อยปี

เราใช้เวลาจัดกันทั้งพ่อแม่ลูกเป็นเวลา 1 ปีเต็ม ตั้งแต่เช้า 8.00 – 23.00 น. ในทุกๆวัน และทุกคืนผมจะนอนตี 1 เพื่อจัดทำประวัติของทุกชิ้นว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร จวบจนวันที่ใกล้จะเปิดพิพิธภัณฑ์ สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมยังไม่ได้ทำคือ ผมยังไม่ได้ตั้งชื่อพิพิธภัณฑ์ แต่นั่นมันไม่ใช่เรื่องยาก เพราะ 28 ปีที่ผ่านมานั้นผมเชื่อว่า ชื่อ “สุขสะสม” นี่แหล่ะ คงเหมาะกับบทสรุปทั้งหมดที่คุณพ่อได้สะสมมา สะสมเพื่อนำของสะสมเหล่านั้นมาผูกโยงเรื่องราว แล้วนำมาเล่าต่อในรูปแบบที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองไปทีละยุคสมัย ผ่านตัวอักษรและสื่อวีดีทัศน์ มุ่งเน้นให้คนรุ่นใหม่เยาวชนคนรุ่นหลังได้ฟัง ตามเจตนารมณ์ของคุณพ่อเมื่อ30ปีที่แล้ว แล้วคุณหละ พร้อมจะมาเปิดประสบการณ์ย้อนวันวานที่พิพิธภัณฑ์สุขสะสมเตรียมไว้ให้กันแล้วหรือยังครับ……..ถ้าพร้อมแล้วเชิญเลยครับ